คำเตือน
เอนทรี่นี้อยู่ในหมวด
- ยาวไปไม่อ่าน
- ด่าเอามันส์
- ไบแอสล้วน ๆ
 

บร๊ะ !!! ตอนที่ 5 แล้วเว้ย...
แต่แม่งจริง ๆ มึงก็เขียน ๆ ไปก็ได้ ไม่ต้องมีตอนหรอก
แต่มันไม่เท่ว์ ~


ทุกท่านหลายคนเคยอ่านดราม่าแบบผ่านอ่านพอให้รู้โลก
บางคนบอกกูอ่านไม่รู้เรื่องว่ะ ไม่เก็ท มึงสรุปย่อ ๆ เหลือสองย่อหน้าได้มะ
บางคนเสพติด วันไหนจ่าบอกไม่มีดราม่ามัน ๆ เบย จะลงแดงนอนดิ้นหางปัดพื้น
บางคนเสพพอเป็นกระสัย อ่านให้มีอะไรพอได้คิด
บางคนอ่านออกอากาศ ...ผมเอง


สิ่งที่เราท่านกูมึงมักจะพบในดราม่าคือ ความคิดหรือมุมมองงั่ง ๆ ในประเด็นต่าง ๆ ที่ฟังแล้วงี่เง่า
ไม่ค่อย เม้กเซนต์เท่าไร แต่ก็ยังแถแท่ด ๆ ๆ ทำให้มันดูเป็นความคิดที่ถูกต้องซะเต็มประดา
เจือแฝงไปด้วยความดัดจริตชีวิตต้องป๊อบอยู่เสมอ


จากการวิจัยเบื้องต้น ผมสรุปได้สิบประการ 
ดังต่อไปโน้น
 
 
1.มึงด่าเค้า ทำได้แบบเค้าเปล่าเหอะ !!
 
มักจะเจอในยูทู้บ แม้แต่ในคลิปอีพุด เดชอุดมยังมีเลยให้ตายสิเจี๊ยบ
 กูต้องร้องเพี้ยนแบบมึงก่อนใช่มั้ยถึงจะสิทธิ์วิจารณ์

แดกข้่าวไม่อร่อย จะคอมเมนท์ว่าไม่อร่อย
ต้องไปเรียนทำอาหารกะอาจารย์ยิ่งศักดิ์เลยเหรอวะ
 
กูวิจารณ์ว่านักการเมืองแม่งโกงกินว่ะ แถมไปต่อยในสภา
กูก็ต้องไปเรียนจบ รปศ. จบรัฐศาสตร์ แล้วไปเป็นสส.
แดกจากเล็ก ๆ แล้วไต่ได้แดกในระดับประเทศต่อเหรอวะ
 
เห้ย จะด่าคนชั่ว มันต้องชั่วก่อนเหรอวะ

ถ้าบอกว่าต้องเข้าใจ คนเรามันก็ทำความเข้าใจกับผลการทดลอง
ตำรา หรือสิ่งที่มีการวิจัยมาแล้วได้ไม่ใช่เหรอวะ
ชีวิตนี้ต้องประสบการร์จริงร้อยเปอร์เซ็นเลยรึไงอะ


งั้นมันจะมีคำพูดว่าคนเก่งเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่คนฉลาดเรียนรู้จากประสบการณ์คนเก่ง
เหรอวะ....

ชุดความคิดนี้มันค่อนข้างจะเผด็จการไปหน่อย ที่จำกัดสิทธิ์ในการคอมเมนท์ของคน
ถ้าต้องอวยอย่างเดียว โลกนี้ก็คงจะหายใจออกดอกไม้บานหนทางมีแต่กลีบกุหลาบ
ในขณะที่การตำหนิมีข้อจำกัดเยอะเหลือเกินเหลา
 
มันก็แค่การปัดสวะให้พ้นตัว
มึงทำให้ได้อย่างเค้าก่อนเหอะค่อยมาว่า

มันเป็นโลจิกเดียวกันกับคำว่า มึงมาทำเองมะ

อ่าวอีห่า แล้วเค้าจะจ้างมึงไว้ทำสากอะไรล่ะ

เคยเจอมั้ยครับ เพื่อนร่วมงานรับมอบงานแล้วทำได้เหี้ย
คนสานงานอย่างเราก็ทำต่อไม่ได้ จะชิบหายทั้งกระบวนการ
พอบอกใ้ห้แก้ ก็เสือกบอกว่า มาทำเองป้ะล่ะ


งั้นมึงก็ลาออกไปเลยนะ เดี๋ยวกูทำเองเลยแสดแดก

แบบนี้คนก็จะไม่รู้จักปรับปรุงตัวเอง
อัตตาสูงสัดเทียมเมฆลมพัดเย็นดี
ผมก็ได้แต่ถอนใจว่า ถ้ามึงไม่พร้อมจะรับคำวิจารณ์
ก็อย่าเสร่อเอามาอวดชาวบ้านสิวะไอ้ฟาย~
 
 
ทำเองป้ะล่ะ?
 
2. คิดต่างเท่ากับแช่ง คิดแย้งเท่ากับชั่ว คิดทั่ว เท่ากับเชี่ย

คิดต่างทางอื่น คิดหื่นทางนี้ .....

เป็นโลจิคประเภท ถ้าเห็นคนโดนด่า แล้วไม่ตามน้ำ
อีพวกนี้ก็จะมองว่ามึงไม่เ่ห็นด้วย
แปลว่ามึงเป็นแบบเดียวกับไอ้ที่
โดนด่า

เช่นกรณีขับรถฝ่าไฟแดง
ถ้าใครสักคงออกมาน้ำเชี่ยวเรือขวาง
แย้งในทางตรงข้ามแล้วละก็
 
มึงจะโดนตราหน้าว่า อ๋อ มึงใช่มั้ย ไอ้พวกชอบฝ่าไฟแดงงงง


หรือกรณี เลี้ยงหมาแล้วมีฟามสุข ได้อยู่กับมันทุกเวลา ใครได้เลี้ยงหมา ถือว่าสุดยอดในชีัวิตแบ๊ว
พอมีคนไปคอมเมนท์ว่า อืมมันก็ดีนะ แต่ขนมันร่วงและก็ทำให้อากาศในบ้านไม่ค่อยดี
ก็จะโดนด่าว่า มึงมันไม่รักสัตว์ เชิญอยู่กับความสะอาดต่อไปเถอะแจ้ย์ 
....ทั้ง ๆ ที่กูก็อยากเลี้ยงแหละ แต่กูเป็นภูมิแพ้นะอีห่า 
 
สังคมแม่งเป็นอะไรไปหมด

 
โลจิกนี้เราเจอได้ในสังคมนอกจอด้วยนะ 
ล่าสุดอ. มาเล่าให้ฟังว่าไปซื้อข้าวแดงร้านเจ๊แดง
เจ๊ถามสีอะไรอะ....
อาจารย์คิดในใจชื่อเจ๊แดง เลยบอกว่าผมแดงครับ
เจ๊โยนตะหลิวเคร้ง.. ไม่ขาย
มองได้ในร้านเปิด ASTV
 
แตกต่างเท่ากับแตกแยก..... แม่เหยด เจ็ทสกี 
 

3. ดิสไลค์หาพ่อเธอหรือ

 ยูทู้บเลย
คอมเมนท์ต้น ๆ มักจะพูดถึงการดิสไลค์

คือถ้ากูเป็นศิลปิน แล้วคนไม่ได้พูดถึงงานกูเลย
มัวแต่สนใจเรื่องดิสไลค์ อันไลค์ห่าเหวกะโหลกแหกอะไรไม่รู้
กูคงเฟลอะ พี่น้องค้าบ ใครจะดิสปล่อยมันเถอะครับ ช่วยคอมเมนท์งานกูหน่อยค้าบ

 ...คือแม่งอะไรกันนักกันหนากับการดิสไลค์  
แล้วมาทางเดียวกับเรืองที่ 2 ของเอนทรี่นี้ด้วย เช่น
คนกดดิสไลค์ ในคลิปต้านการฆ่าแมว
ก็จะมีคนมาโพสด่า ไอ๊ยะ ไอ้หกคนที่ดิสไลค์แม่งชอบแดกแมวสินะ 

แล้วที่เหี้ยคือได้ท็อปคอมเมนท์ เห้ย !! คิดต่างกับเป็นศัตรูเรอะ
ใครดิสไลค์เท่ากับแช่ง ไม่แรงเท่ากับชั่ว ไม่มั่วเท่ากับเชี่ย เหรอวะ !!

ไม่อยากให้มีดิสไลค์มึงก็ปิดไปสิโว่ยยย 
ทำไมคนซีเรียสกับการดิสไลค์วะ

มันใช่ตัวชี้วัดเ้หรอวะ
แล้วทุกคนต้องชอบมึงหมดเหรอวะ
เค้าอาจจะไม่ชอบด้วยเหตุผลนิดหน่อย เช่น เสียงดังไป หรือภาพไม่สวย หรือฉันมีปมกับเรื่องนี้
 
ก็เป็นได้
 
จะมาบังคับให้คนชอบหมด มึงก็ไปอยู่เงียบ ๆ คนเดียว เกณฑ์มาเฉพาะสาวก แล้วชูบาอาอ