When Youre Evil - Voltaire

ผมทำงานขีดเขียน ๆ ลุยเดี่ยวมาสี่ปีเต็ม แต่เพิ่งได้ร่วมงานกับคนอื่นมาได้ปีเดียว ผลงานก็ใช่ว่าจะมากอะไร
แต่ก็พอจะวัดนิสัยการทำงานของผู้ร่วมงานได้ในระดับหนึ่ง อันนี้ไม่ใช่จะมาประจานกันนะครับพี่น้อง
แต่ผมจะสาธก  ว่าการทำงานนั้น ควรจะเป็นรูปแบบไหน

 ส่วนตัวแล้วการทำงานของผม หากกำหนดวันส่งงานมาถึง ไม่ว่าจะฝนตกรถติดหงุดหงิดน้ำท่วมส้วมเต็มปลาเค็มหมดตดเหม็นเปรี้ยวเยี่ยวเป็นนิ่ว

ถึงเวลาส่งงาน ผมต้องมีส่ง
ส่งไปแล้ว บก. ทำต้นฉบับหาย แล้วไม่ได้สำเนา ผมก็ต้องพิมพ์ใหม่ ถึงแม้สุดท้าย บก.จะหาเจอ เราก็ไม่บ่น
แต่เราจะใช้ตุ๊กตาสาปแช่งเอา ...ไอ้แช่แฟ้บ โป้ก ๆ ๆ ๆ

การทำงานนั้น เราย่อมคาดหวังผลของงานครับ หว่านพืชไม่หวังผล จะหว่านให้นกให้กากินทำบุญทำทานไปก็คนละจุดมุ่งหมาย

ดังนั้นในการทำงาน การกระทำมาก่อนคำพูดเสมอครับ เจ้านายหรือบริษัท ย่อมต้องการชิ้นงาน มากกว่าคำพูดครับ ดังนั้นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงในการทำงาน และสิ่งที่ควรทำมีอะไรบ้าง มาดูกันว่า มีลมปากแบบไหน ที่ไม่ควรใช้ในการทำงาน

 

1. อย่าขอโทษขอโพยจนเกินงาม   เขามองข้ามไปแล้วนะอีหนู
ล่าสุดมีน้องคนหนึ่งร่วมโปรเจคกับผมชิ้นหนึ่ง เธอรับปากว่าจะเริ่มทำวันที่ 14 กุมภา และคาดว่าน่าจะทันเส้นตายวันที่ 1 มีนาคม

 กระนั้นก็ดี น้ำมันมีวันหมด มดมีวันเมาไบก้อน ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

คุณน้องมาบอกว่าไม่สามารถส่งงานได้ตามกำหนดแล้ว ด้วยการบอกว่า

"ขอโทษจริง ๆ ค่ะ พี่จะด่าจะว่าหนูยังไงก็ได้ หนูทำไม่ทันจริง ๆ เพราะเริ่มลงมือจะทำเมื่อไร งานโรงเรียนมันก็มา อาจารย์ก็บลา ๆ ๆ ๆ ๆ ซากแฟ้บ อะไรมากมาย"

ผมตัดบท ไม่มีอารมณ์ด่าหรอก มีแต่อารมณ์เสีย
ถ้าผมเป็นบริษัทผมก็คงพูดแบบเดียวกันว่า

คุณสามารถทำงานให้ผมได้ในวันไหน

พอพูดออกไปอีน้องก็บลา ๆ ๆ ๆ อีกว่าหนูไม่อยากจะเลิกทำนะคะ เพราะเริ่มไปแล้ว แต่ไม่สามารถเจียดเวลามาทำได้เลย ขอโทษจริง ๆ ค่ะ และอะไรต่อมิอะไรซากอ้อยอีกกระบุงเกวียน

หยู้ดดดด อีหนู แอทเทนชั่นพรีส สต๊อปนาวเลย ตอบมาเลยว่า จะส่งงานได้วันไหน

 

อีน้องก็บอกว่าอยากให้ผมกำหนดให้มากกว่า

 

เอ๊า ก็ผมกำหนดไปแล้ว คุณก็เบี้ยวผม ผมจะกำหนดทำซากอ้อยอะไรเล้า ให้รู้ตัวเองดีกว่ามั้ยว่าส่งได้วันไหน

 

เด็กบอกวันที่ 8

โอเค ตกลง วันที่แปดไม่มีงานไม่ต้องมาพูดกัน วัดเครดิตกันไปเลย
ถ้าเป็นบริษัทไม่ตัดเงินเดือนก็ไล่ออก

 

คุยงานคุยกันแบบรวบรัดตัดความ ขอโทษแต่พองาม ไม่ต้องมาโทษตัวเองอ้างโน่นอ้างนี่ให้มากความหรอกครับ
ไม่ได้ช่วยให้งานเสร็จไวขึ้น ถ้าคุยกันแบบแมน ๆ เลยก็มาบอกกับผมเลยว่า

"โหยเพ่ เสร็จไม่ทันว่ะ ขอเลื่อนไปวันที่แปดได้ป๊าวว วันที่แปดไม่ทันก็ไม่ทันล่ะเพ่ เพ่เตรียมตัดงานผมทิ้งเลย แต่รอหน่อยนะเพ่ วันที่แปดอะ จายป้ะ" สำเนียงแว้น ๆ หน่อย

โอเค กูให้ึมึง

 

2. อย่ารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะเกินตัวนะโฉมตรู   จบท้ายกูโดนหักลำช้ำยกงาน

มันจะมีไอ้พวก ได้ครับพี่  ดีครับผม  เหมาะสมครับนาย  สบายครับเฮีย  แล้วมาโยนเหี้ยท้ายรายการ

เจอมาเยอะครับ ตั้งกะสมัยเรียนละ งานกลุ่มเนี่ย ไอ้พวก "โอ้ย ได้หมดเลยเพื่อน" "จาดห้ายเลยเพื่อน"
"รอรับเลยเพื่อน" "เราจัดเองเลยเพื่อน"

สุดท้ายก็แดรก 0 กันเกลื่อน เกลื้อนกินหลัง รู้งี้กูทำเองแต่แรกดีกว่า ไม่น่าหวังกับมึงเลย
ไอ้พวกรับปากเป็นมั่นเ้ป็นเหมาะ ไม่คำนึงถึงเรื่องในอนาคต ไม่สามารถหยั่งรู้ศักยภาพตัวเองได้
แต่กลัวเสียน้ำใจ รับปากไปก่อน สุดท้ายน้ำใจหยดเดียวก็ไม่เหลือ กลายเป็นเซ็งขี้หน้ากันไปเลยก็มี

ต้องคำนวนความสามารถของเรา คิดถึงอนาคตในตอนนั้น ว่าเราต้องทำอะไร คุยกับพ่อแม่ผู้ปกครองว่าจะไปไหน ตรวจเช็คตารางกิจกรรม ตารางงานต่าง ๆ ลองถ้าคุณรับปากแล้ว คุณต้องสละเวลามทำงานชิ้นนั้น ๆ ให้จงได้